สวัสดีค่ะ สดค่ะ
 
ตามที่เกริ่นเอาไว้คราวที่แล้วค่ะว่า จะรีวิวเรื่อง "ลัดดาแลนด์" เนื่องจากสดเกิดอาการเสียดายตั๋ว(ฟรี)
 
ก่อนอื่นต้องขออภัยสำหรับผู้ add  RSS feed ทุกท่าน เนื่องจากสดเขียนรีวิวนี้เสร็จตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว แต่ทดสอบโค้ด Spoiler แล้วมีปัญหาบางส่วน เลยเสียเวลากด Publish ไปหลายครั้ง
 
แต่ตอนนี้หวังว่าน่าจะสมบูรณ์พอแล้ว........
 
งั้นไปชมกันได้เลยค่ะ ^^
 
 
 

 
 
 
Title : ลัดดาแลนด์
Director :โสภณ ศักดาพิศิษฏ์
Main Actor : สหรัถ สังคปรีชา, ปิยธิดา วรมุกสิก,
สุทัตตา อุดมศิลป์,อธิพิชญ์ ชุติวัฒน์ขจร
 Genre : Drama/Horror
 
 
 
 
 
 
Story
 
ธีระ (ก้อง - สหรัถ) คุณพ่อวัยกลางคนที่เพิ่งประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานและรายได้ ได้ใช้ความสำเร็จที่ตนได้มาเพื่อสร้างความสุขให้กับครอบครัวอีกครั้ง ด้วยการดาวน์บ้านใหม่ในหมู่บ้านจัดสรรสุดหรู บรรยากาศดี "ลัดดาแลนด์" ที่เชียงใหม่ และพาครอบครัวที่อยู่กรุงเทพ ย้ายมาอยู่ด้วยกัน
 
เขาหวังแค่เพียงว่า ครอบครัวของเขาจะได้มีความสุขสมกับความพยายามที่ผ่านมาของเขา แต่นั่นกลับกลายเป็นความโชคร้ายอย่างถึงที่สุดที่เขาพาทุก ๆ คนมาอยู่ที่นี่ เมื่อพ้นคืนแรกที่ย้ายมาอยู่ ก็มีข่าวเด็กสาวคนใช้พม่าคนหนึ่งถูกฆ่าหมกตู้เย็น คำร่ำลือที่ว่าหมู่บ้านนี้สร้างบนสุสาน ทำให้มีเหตุการณ์ความเฮี้ยนโผล่ขึ้นมาเป็นระยะ ๆ ที่แม้แต่พระยังไม่สามารถหยุดได้
 
แต่สิ่งที่ครอบครัวของธีระต้องเผชิญ นอกจากผีแล้ว พวกเขายังต้องเผชิญความจริงอันโหดร้ายที่ซ้ำเติมให้ชีวิตครอบครัวแสนสุขที่วาดฝันไว้ต้องพังทลายลง
 
 
 
 
 
 
 
 
ที่จริงเรื่องราวทั้งหมดเป็นอย่างนี้ค่ะ.......
 
 
คำเตือนก่อนกดดู
 
ในสปอยนั้นประกอบด้วยเรื่องราวทั้งหมดเขียนเหมือนคุณไปดูเองกว่า 80 เปอเซ็น ถ้าคุณอ่านนอกสปอยแล้วแต่ก็ยังอยากไปดูอยู่ดี ไม่แนะนำให้กดอ่าน
 
 
[spoiler]
ชีวิตครอบครัวก่อนหน้านั้นของครอบครัว ที่ถูกเผยออกมาเรื่อย ๆ จากทางภาพ สัญลักษณ์ และการกระทำต่าง ๆ ของตัวละคร บอกได้ว่า ธีระแต่งงานกับป่านเพราะป่านท้องขึ้นมา ทำให้แม่ยายไม่ยอมรับ ธีระจึงต้องพยายามรับผิดชอบสร้างฐานะเพื่อครอบครัว และอดทนกับการไม่ยอมรับของแม่ยายมาตลอด 14 ปี
 
แม้ที่ผ่านมาครอบครัวจะมีความสุขดี แต่เขาไม่เคยประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานใด ๆ และความที่ต้องก่อร้างสร้างตัวจากความไร้ฐานะ ทำให้แม่ยายไม่มีวันยอมรับ และส่งผลให้ลูกสาวที่มีแม่ยายคอยเลี้ยงตลอดเวลาที่เขาทำงาน มีอคติกับเขาในเวลาต่อมา
 
แต่อย่างไรก็ตาม ความพยายามของธีร์ก็ไม่เสียเปล่า ในช่วงเริ่มต้นเรื่องนั้น ธีร์ดูอิ่มเอมมีความสุขมากที่จะได้ต้อนรับครอบครัวให้มาอยู่บ้านแสนสวยงามที่ตนเพิ่งซื้อมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของหัวหน้าครอบครัว  ชีวิตครอบครัวที่รักของเขาอันแสนสุขกำลังจะเริ่มขึ้น ที่ลัดดาแลนด์ เมืองเชียงใหม่แห่งนี้
 
 
 
 
แต่เมื่อได้ย้ายกันเข้ามา สัญญาณที่บ่งบอกถึงความขัดแย้งภายใต้ความสุขที่ควรจะได้ของครอบครัวนี้ก็ก่อขึ้น
 
แนนผู้เป็นลูกสาวแสดงออกชัดเจนว่าเกลียดที่พ่อบังคับให้เธอต้องย้ายมาบ้านใหม่ เธออยากอยู่กับยายและเพื่อนเก่าที่กรุงเทพมากกว่า
 
พวกเขาได้ทำความรู้จักกับเพื่อนบ้านที่แสนดี(?) ชื่อคุณสมเกียรติ เขามักใช้ความรุนแรงกับคนในครอบครัวเป็นประจำ ป่านเองก็สงสารจนให้ผู้เป็นภรรยาบ้านหลังนั้นยืมเงินไป 10,000 บาท ซึ่งแม้ธีร์จะถามว่าเอาไปทำอะไร แม้ป่านจะไม่ได้ตอบคำถามเขา แต่เขาก็ไม่ได้คิดมาก เพราะตอนนี้สำหรับเขา เงินยังหาง่ายอยู่
 
คืนแรกผ่านพ้นไปเกือบด้วยดี แต่บ่ายวันต่อมา กลับมีข่าวเรื่อง เด็กสาวชาวพม่าที่ธีร์เคยชวนให้มาเป็นแม่บ้านที่บ้านถูกฆ่าหมกตู้เย็นเกิดขึ้น
 
ป่านผู้เป็นภรรยา เริ่มใจคอไม่ดี แต่ธีร์ในฐานะหัวหน้าครอบครัว แม้จริง ๆ แล้วก็กลัว แต่ความที่ต้องเป็นหัวหน้าครอบครัวที่พึ่งพาได้ เขาจึงไม่ใส่ใจและคิดว่าเป็นเรื่องไร้สาระ
 
"ทุกที่มันก็ต้องมีคนตายทั้งนั้นแหละ ไร้สาระน่า"
 
.....ถึงแม้ว่าป่านต้องไปเจอเหตุการณ์ที่มีคนชักเพราะโดนผีเข้า ผีหลอกมาถึงสองครั้งก็ตาม เขาก็ไม่ยอมเชื่ออยู่ดี
 
 

 
ทางด้านแนนผู้เป็นลูกสาว เป็นธรรมดาของวัยรุ่นที่ต้องมีเพื่อนประเภทเกรียนหรือติ่งอยู่บ้าง ตกคืนหนึ่ง พวกเพื่อน ๆ ต่างอยากท้าพิสูจน์เรื่องบ้านมีคนตาย แต่คนที่ซวยโดนผีขังหลอนในบ้าน(แค่ชั่วคราว)กลับเป็นเธอคนเดียว แม้เธอจะบอกพ่อว่าเธอโดนผีหลอก แต่เธอกลับถูกพ่อหาว่าแต่งเรื่องโกหกเพื่อหนีไปเที่ยวดึกดื่น ทำให้สถานการณ์ในครอบครัวยิ่งแตกร้าวยิ่งขึ้น
 
แนนยิ่งกลับบ้านดึกบ่อยขึ้นด้วยข้ออ้างว่า "ทำรายงาน" ทำให้ธีร์โมโหว่าลูกกล้าโกหก แม้เธอไปทำรายงานจริง ๆ แต่ธีร์ก็ดันมาเจอตอนเธอกำลังเล่นตีหมอนกับเพื่อนผู้ชายอีก......
 
ธีร์ฉุนขาดเรื่องลูกโกหกเต็มทน ซ้ำด้วยคดีเก่าที่ลูกบอกว่าเจอผี เขาเลยคลั่งซิ่งรถพาลูกไปที่บ้านที่เด็กสาวพม่าตาย แล้วฉุดกระชากลากลูกเข้าไปในบ้านฝรั่ง แต่ลงท้ายด้วย การไม่เจอผี และทำให้แนนโดนเศษแก้วบาดมือ
 
ไม่แปลกหากสิ่งนั้นจะกลายเป็นสิ่งที่ทำให้แนนเกลียดพ่อขึ้นมาอย่างมากที่สุด วันรุ่งขึ้นแนนจึงย้ายไปอยู่หอ และจะกลับแค่เสาร์ อาทิตย์ เท่านั้น เพราะไม่อยากอยู่กับพ่อ และผีที่หมู่บ้านนี้อีก
 
 
 
ในส่วนเรื่องการงานของธีร์นั้น ตัวหนังได้เล่าถึงว่า การที่ธีร์ได้ความสำเร็จ ร่ำรวย มีเงินเดือนพอผ่อนอะไรหลาย ๆ อย่างเกินฐานะมากมายนั้น เพราะธีร์ได้ทำงานบริษัทขายตรง "EMPIRE"เขาได้รับการโปรโมตให้เป็นพนักงานดีเด่นที่ทำตลาดและยอดขายได้มากจนได้เป็นผู้เข้าบุกเบิกตลาดที่เชียงใหม่ ความสำเร็จที่เขาได้รับมันช่างดูสวยหรูยิ่งนัก
 
แต่แล้วสัญญาณอันตราย ลางร้ายก็เกิดขึ้น เมื่อบริษัทเริ่มเลื่อนการจ่ายเงินเดือน รุ่นน้องที่เป็น upline ตอแหลว่าถ้ายอดถึงเป้าเดี๋ยวเขาก็จ่ายก้อนโตงาม ๆ เองแหละ.....แต่เพียงไม่นาน (วันที่แนนย้ายออกจากบ้านไปหอ) เช้าวันนั้นเมื่อธีร์ไปทำงานที่สาขา เขากลับพบว่า ตึกถูกทิ้งร้าง มีเพียงป้ายกระดาษแปะบอกว่าที่นี่ได้ปิดตัวลงแล้ว และรุ่นน้อง upline คนนั้นก็บินหนีกลับกรุงเทพ ลอยแพดาวน์ไลน์ทุกคน ให้ตกงานอย่างไม่คาดฝัน
 
รวมทั้งตัวธีร์เองด้วย จากพนักงานระดับสูง เงินเดือนหกหมื่น เขาต้องกลายเป็นคนตกงานอย่างหน้ามือเป็นหลังตีน
 
........ทั้ง ๆ ที่ยังมีค่าผ่อนบ้าน เครื่องใช้ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ และค่าสาธารณูปโภค (BB, เคเบิ้ลทีวี, อินเตอร์เน็ต)ที่ต้องจ่ายต่อเดือนอีกมากมาย!
 
(เหยดดดดด เหมือนบริษัทอะไรหว่ะคะ )
 
 
 
จากครอบครัวที่ "งานพาเงิน เงินพาสุข" มาได้ โลกที่ธีร์ต้องการสร้างเพื่อครอบครัวพังทลายลงต่อหน้า ในฐานะหัวหน้าครอบครัวที่ต้องรับผิดชอบและแบกรับทุกอย่างตามลำพัง โฆษณาหางานในหนังสือพิมพ์หางานไม่ได้ช่วยอะไรเขาเลย ไม่ว่าจะด้วยอายุเขาที่เกินมากแล้ว ประกาศเก่า ทางเลือกเข้าตาจนสุดท้ายของเขาคือ การเป็นพนักงานมินิมาร์ท......
 
เรื่องทั้งหมดตั้งแต่ที่เขาตกงานจนเป็นพนักงานมินิมาร์ทนั้น เขาไม่บอกใครในบ้านจนกระทั่ง ภรรยาจับได้ และลูกสาว(ที่ไม่ได้พักที่บ้าน)มาซื้อของและจ่ายตังกับมือพ่อที่เป็นแคชเชียร์ที่นั่น.......
 
(ซีนนั้นสดไม่แน่ใจว่าเธอคิดยังไง แต่ที่แน่ ๆ หน้าเธอตัดสินลงไปได้ดีแล้วว่า "ไอ้คนไม่ได้เรื่องเนี่ยหรอพ่อกู"  จนไม่อยากจะรับเงินทอนจากมือเขา (อ๊ากกกก อุ่นตับไม่ไหวแล้วว ))
 
 
แต่เวรกรรมของธีร์ยังไม่จบแค่นั้น เมื่อวันหนึ่งมีขโมยเข้ามาขโมยของในร้าน ธีร์เข้าไปซัดกับขโมย แต่กลับโดนพนักงานและผู้จัดการรั้งตัวห้ามไม่ให้ธีร์ทำร้ายขโมย ซ้ำยังถูกไล่ออกเพราะถูกหาว่า เป็นคนที่ไม่รู้จักควบคุมอารมณ์ (ตรงนี้มันตรรกะวิบัติหรอเนี่ย หรือว่ามีคนไทยบางจำพวกคิดแบบนี้จริง ๆ กันแน่น่ะ?)
 
 
 
ป่านเห็นท่าไม่ดีว่ารายได้จากสามีที่ตกงาน ไม่พอค่าใช้จ่ายที่ต้องหมดกับบ้านหลังนี้และเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ที่ยังต้องผ่อน มือถือและค่าบริการสาธารณูปโภคต่าง ๆ ทั้งของตนและลูก ๆ จึงตัดสินใจจะกลับไปทำงาน แต่กลับมีปากเสียงเพราะธีร์เข้าใจว่า ป่านจะหนีไปชู้กับเจ้านายเก่า ......ที่จริงไม่แปลกที่ธีร์จะคิดแบบนั้น เพราะก่อนหน้านั้น ธีร์กลับบ้านเร็ว แล้วเจอรถเจ้านายเก่ามาหาป่านถึงบ้าน........
 
การที่ภรรยาที่ควรได้อยู่บ้านสบาย ๆ เพราะสามีที่ดี ถึงขั้นคิดจะกลับไปทำงานอีกครั้ง และยิ่งกับเจ้านายเก่าที่หลงเสน่ห์ป่านหัวปักหัวปำ นั่นยิ่งเป็นการตอกย้ำธีร์ให้เห็นถึงความไม่มีค่า เป็นหัวหน้าครอบครัวที่ทำหน้าที่ไม่ได้เรื่องสำหรับป่าน (ถึงแม้จริง ๆ แล้วป่านไม่ได้คิดแบบนั้นเลยซักนิด) (หลายครอบครัวหลายคู่หวิดล่มจมเพราะความคิดไปเองของผู้ชายก็เยอะมากเหมือนกัน)
 
 
 
 
 
ที่สุดแล้วธีร์ฉุนขาดกับครอบครัวข้างบ้านอยู่ 2 เรื่อง ทั้งเรื่องที่เมียคนข้างบ้านยืมเงินไป และเรื่องก่อนหน้านั้นที่กอล์ฟ ลูกชายข้างบ้านเล่นกับนัทลูกชายตัวเองแรงเกิน ทั้งขังไว้ในตู้เสื้อผ้า และชวนเข้าบ้านฝรั่งที่เด็กพม่าตายในตู้เย็นจนเขาประสาทเสียนึกว่าลูกโดนฆ่าในตู้เย็นด้วย(เป็นที่มาของ "คุณธีร์ถีบตู้เย็น") จึงบุกไปทวงเงินและต่อว่าเขา
 
ก่อนที่จะรู้เรื่องในเช้าวันต่อมาว่า.......
 
 
 
บ้านนั้นยิงตัวตายล้างครอบครัวมาตั้งแต่หลายวันก่อนแล้ว !
 
 
 
แต่นั่นเป็นแค่จุดเริ่มต้นของความหลอนของครอบครัวนี้เท่านั้น (ผีพม่าหมดบทแล้ว)
 
ป่านโกหกลูกชายว่าบ้านหลังนั้นไปเที่ยวกันหลายวัน แต่นัทกลับบอกว่าเขาเล่นซ่อนหากับกอล์ฟอยู่ ป่านโกรธจนลงไม้ลงมือกับลูกชายอย่างรุนแรง แต่พอได้สติ จึงโทรไปร้องไห้กับแม่ว่า ทนอยู่หมู่บ้านผีสิงแบบนี้ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว ซึ่งแม่ตกลงให้กลับมาอยู่กรุงเทพด้วยกัน แต่อนุญาตให้ธีร์มาเยี่ยมลูกได้แค่อาทิตย์ละสองครั้งเท่านั้น
 
เมื่อแนนลูกสาวกลับบ้านมาตอนสุดสัปดาห์ ป่านสั่งให้ลูกไปเก็บของเตรียมกลับ แต่ตอนที่แนนออกไปเก็บผ้านั้น ผ้าเช็ดหน้าเธอบังเอิญปลิวไปตกที่บ้านข้าง ๆ ซึ่ง แนนไม่รู้ว่าบ้านหลังนั้นตายหมดแล้วจึงปีนเข้าไปเก็บที่บ้านหลังนั้น
 
โชคร้ายเธอได้เจอกับเมียของบ้านนั้นกับแม่......ในสภาพหน้าแหว่งไปครึ่งซีก!!!
 
 
 
 
เธอกรี้ดลั่นจนเสียสติต้องเข้าโรงพยาบาล
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
"รักมันมากใช่มั้ยบ้านหลังนั้น ไปตายกับมันเลยไป !!"
 
 
 
ป่านพูดกับธีร์ที่หน้าห้องคนไข้ที่ซึ่งลูกสาวกรีดร้องเสียสติอย่างบ้าคลั่ง แต่ธีร์ได้แต่อึ้งไม่ยอมพูดอะไร เขาได้แต่อุ้มลูกชายเดินกลับบ้านไปน้ำตานองหน้า
 
(เหยดดดด เจ๊ยังอุตส่าห์ปล่อยเขาอุ้มลูกกลับบ้านผีสิงได้เนี่ยนะ )
 
ตกดึกคืนนั้น นัท พ่อลูกชายตัวแสบอยู่ดี ๆ ก็แอบหนีพ่อหายออกไปจากบ้านตอนดึกที่ฝนตก ร่องรอยบ่งบอกว่าเขาหนีพ่อเข้าไปที่บ้านข้าง ๆ (ซวยแล้วไง แล้วเอ็งห่วงเล่นซ่อนหามากจนหนีพ่อไปเล่นบ้านนั้นตอนดึกได้เนี่ยนะ)
 
ธีร์ช็อกมาก รีบลองโทรหาป่าน เผื่อป่านแค่จะแอบเอาลูกไปเฉย ๆ แต่กลับไม่ใช่แบบนั้น ธีร์จึงต้องเข้าไปในบ้านคนเดียวจนได้พบกับผีทุก ๆ คนที่บ้าน ทั้งคุณสมเกียรติ เมีย และแม่ของเขา.....
 
 
ทุกคนพร้อมใจออกมาหลอนธีร์ในสภาพโดนช็อตกันยิงจนเป็นรูโหว่เต็มหน้า
 
สมเกียรติวิ่งเข้ามาหลอนใส่ธีร์จนธีร์ยิงใส่ตู้เสื้อผ้าเขา.......
 
เลือดสด ๆ ไหลรินออกมาจากตู้นั้น พื้นนองเจิ่งเลือด ปรากฎตัวพ่อลูกชายตัวแสบโดนกระสุนพ่อจัง ๆ ล้มออกมา
 
 
 
 
ทั้งธีร์และป่านที่วิ่งเข้ามาเจอวินาทียิงเปรี้ยงต่างช็อคไปตามกัน ป่านรีบวิ่งเข้ามาดูอาการลูก แล้วพบว่า......
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ลูกยังไม่ตาย..........
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ปัง !!!!!
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ธีร์ล้มลงไปนอนกับพื้น พร้อมกับปืนที่ตกจากมือเขา.......สมองเขาถูกปืนที่เขาเพิ่งลั่นไกไปอีกนัดระเบิดใส่......
 
 
เขาตายเสียแล้ว........เนื่องจากไม่สามารถทนมีชี่วิตบัดซบ (เมียทิ้ง ลูกสาวไม่รัก แถม(เข้าใจผิดว่า)ฆ่าลูกชายตัวเองตายกับมือ) ได้อีก............
 
 
======================================
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ป่านขับรถพาทุกคนออกจากเชียงใหม่กลับกรุงเทพ เธอเล่าให้แนนฟังว่า วันที่เธอท้องแนนก่อนแต่งนั้น ตอนแรกเธอคิดจะแท้งด้วยซ้ำ แต่คนที่มีความคิดที่จะเอาแนนไว้ และเริ่มสร้างครอบครัวด้วยกัน ให้เป็นครอบครัวที่อบอุ่นให้ได้นั้น........
 
ก็คือธีร์เอง..........
 
ภาพเก่า ๆ ที่เวียนเข้าความทรงจำป่านและแนนนั้น เป็นภาพของครอบครัวที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน มีความสุขกันมากทีเดียว.........
 
 
 
 
 
 
จบแล้วจ้าาาาาาา
 
 
 
[/spoiler]
 
 
 
 
 
ว่าด้วยเรื่องผีที่หลอนนั้น ผีอาจทำให้น่ากลัวได้ก็จริง (มีหนังผีไม่กี่เรื่องที่ทำให้สดสามารถขวัญกระเจิงจนเอามือแฟนมากัดได้ แฟนสดยืนยันได้) แต่ถ้าใครกดสปอยอ่านดูแล้วจะพบได้ว่า สดเกือบไม่พูดถึงผีเลย
 
ทำไม? เพราะผีแต่ละตัวที่โผล่มามีไว้เป็นน้ำจิ้มเท่านั้น ความจริงถ้าสารที่ผู้สร้างต้องการสื่อคือ ชีวิตครอบครัวชนชั้นกลางที่ไม่สวยหรูในความเป็นจริงนั้น ผีไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นในเรื่องเลยซักนิด
 
มันไม่เหมือนกับหนังผีเรื่องอื่น ๆ ในแง่ที่ว่า ปกติผีมักมีสาเหตุการเข้าไปหลอนคน (โดยมากมักจะมาจากความแค้นกับผู้ที่ทำให้ตัวเองเจ็บแค้นก่อนตาย(เช่น บอดี้, เที่ยวบินในสี่แพร่ง, ชัตเตอร์) ต้องการเพื่อนไปอยู่ด้วย(เช่น เรื่องแชทมือถือและล่องแก่งในสี่แพร่ง) หวงสถานที่(จูออน), ลงโทษ(เปรตในห้าแพร่ง), ที่ตลก ๆ แต่ก็ถือว่ามีสาเหตุในการหลอกก็เช่น บ้านผีปอบ บุปผาราตรี และสารพัดหนังผีตลกหยาบคายทั้งหลาย ก็ยังถือว่ามีเหตุในการขอมาหลอกหลอน
 
แต่เรื่องนี้ ดูจนท้ายเรื่อง มันก็ ไม่มีอะไรเลย........เหมือนใส่ผีไว้ชวนคนให้เข้ามาดูเยอะ ๆ เท่านั้น
 
 
 
[spoiler]
ลุ้นแทบตายว่าครอบครัวนี้เกี่ยวอะไรกับสาเหตุการตายเด็กสาวพม่าคนนั้น แต่สุดท้ายเด็กสาวพม่าคนนั้นก็ถูกปล่อยทิ้งไว้ที่กลางเรื่อง (ไม่ถูกพูดถึงอีกเลย) เมื่อมีข่าวที่ครอบครัวข้างบ้านฆ่าตัวตายล้างครัว บทผีเลยถูกเปลี่ยนไปที่ข้างบ้านโดยสิ้นเชิง
 
แวบแรกก็ลุ้นอีกว่า สาเหตุการตายอาจมาจากผีพม่า แต่กลายเป็นว่า ตายเพราะเครียดที่โรงงานล้มละลาย กลายเป็นผีติดบ้านเท่านั้น
[/spoiler]
 
 
 
เพราะฉะนั้นถ้าพูดถึงในแง่หนังดราม่า ขอตอบว่า ดีมาก
แต่ถ้าให้พูดถึงในแง่หนังผี ขอบอกว่า ติดลบมากเช่นกัน
 
มันจะใส่ผีทำไมในเมื่อไม่ได้ต้องการสื่อว่า ผีมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องเลวร้ายต่าง ๆ ในครอบครัว หรือมีวัตถุประสงค์ใด ๆ ในการหลอกหลอนตรง ๆ
 
 
 
 
 
 
ถ้าแกจะสร้างหนังครอบครัวดราม่าดี ๆ ขนาดนี้.......
 
 
 
แล้วเอ็งจะเอาผีเข้ามาไว้ในเรื่องทำไม?
 
มันเป็นส่วนประกอบเซอวิสที่เปล่าประโยชน์มาก ๆ !
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ข้อดี
- เป็นหนังที่นำเสนอถึงชีวิตครอบครัวอันแสนสุขอุ่นตับ ได้ยอดเยี่ยม
- พฤติกรรม บรรยากาศ Event ย่อยต่าง ๆ และสัญลักษณ์(ภาพที่ไม่จำเป็นต้องใช้คำพูดก็อธิบายความรู้สึกตัวละครต่อสิ่งต่าง ๆ และเล่าเรื่องทุกอย่างได้โดยไม่ต้องพูดคุย) ถูกใช้มากมาย ถูกที่ถูกเวลา
- ปัญหาที่เกิดขึ้นของตัวละครตั้งแต่ต้นจนถึง 75เปอเซ็นของเรื่อง ปูมาได้ดีตั้งแต่ความสุขสันต์อบอุ่นของครอบครัว และอุ่นตับจนถึงจุดใกล้พังทลาย
- การแสดงที่่บีบคั้นอารมณ์มากของก้อง-สหรัถ และความสมบทบาทของสมาชิกในครอบครัวที่เหลือทุก ๆ คน เรื่องการแสดงนั้นต้องชื่นชมจริง
 
 
ข้อเสีย
- รู้สึกได้ชัดถึงว่า ผู้สร้างนึกอะไรออกก็ยัด ๆ ๆ ๆ จนไม่สามารถรวบประเด็นต่าง ๆ ในเรื่องออกมาคลี่คลายปัญหาทั้งหมดในท้ายเรื่อง
- ทั้งผีหลอก คนตาย คนที่โดนเล่นงาน เลยกลายเป็นสิ่งเซอวิสอันไร้สาระในหนัง การแทรกของเหล่านี้ท่ามกลางปัญหาส่วนตัวในครอบครัว มันไม่ได้ช่วยให้รู้สึกว่า "ครอบครัวนี้ชีวิตพังเพราะความเฮี้ยน"
- พูดให้ง่ายกว่านั้นคือ หนังเหมือนกับเขียนไปถ่ายไปจนต้องตัดประเด็นที่ควรไขบางส่วนทิ้งจนที่นำเสนอปัญหาไว้ดี ๆ ทั้งหมดในตอนแรก เสียจนกลายเป็นหนังห่วย
- ไม่มีการไขปริศนาที่ควรจะไข คือ ใครฆ่าเด็กคนนั้น เพราะในเมื่อเด็กคนนั้นเป็นต้นเหตุทำให้หมู่บ้านร้าง เธอควรจะมีอะไรที่สำคัญมากกว่าโผล่มาเฮี้ยน หลอนครอบครัวธีร์ หรือทำให้คนชักเท่านั้น แต่นี่อะไรกัน โดนทิ้งไปตั้งแต่อยู่ดี ๆ ก็มีอีกกลุ่มที่เฮี้ยนแซงหน้า(พูดง่าย ๆ แค่โผล่หน้ามาหลอกคนเล่นแล้วจากไป)
- เป็นหนังที่เดาไม่ได้จริง ๆ แต่ไม่ใช่เดาไม่ได้เพราะเรื่องลึกลับมาก แต่เพราะเหตุต่าง ๆ ที่หนังให้มา ใช้เดาไม่ได้เลยต่างหาก
 
 
จริง ๆ สดชอบหนังประเภท "คนดูเหมือนดีแต่ซวยโดนผีเปิดโปงความชั่วตัวเอง" มากที่สุดเลยนะ แต่ส่วนหนังประเภท "ผู้บริสุทธิ์ดวงซวย" ก็พอทนอยู่ ตราบที่บทขับเน้นประเด็นความอาฆาตของผีได้ดี
 
แต่ลัดดาแลนด์แม้อยู่ในประเภทที่ 2 แต่กลับหาสิ่งนั้นไม่เจอจากหนัง เนื่องจาก
 
 
 
 
 
ดราม่าครอบครัวอุ่นตับ กลบหมด
 
 
 
 
 
 
ให้ง่ายกว่านั้นคือ
 
หนังเรื่องนี้ถ้าไม่มีผีจะเป็นหนังที่สดประทับใจฮว้ากกกกกกกกก
 
That's nonsense.
 
 
 
 
 
 
ของแถมทิ้งท้าย
 
1. สปอยบทสนทนาอันน่าปวดตับสุด ๆ จากหนัง
 
[spoiler]
ตอนที่ธีร์เป็นพนักงานมินิมาร์ท แล้วมีขโมยมาขโมยของในร้าน ธีร์เข้าไปชกต่อยกับขโมยคนนั้น แต่กลับโดนผู้จัดการลากตัวไม่ให้ธีร์ทำร้ายขโมย จนขโมยหนีไปได้
 
หลังจากขโมยหนีไปแล้ว.......ผู้จัดการได้ต่อว่าธีร์ด้วยความโกรธเกรี้ยว
 
ผจก : มึงเป็นเหี้ยอะไร ทำไมไปทำร้ายลูกค้าแบบนั้น
ธีร์ : นั่นเรียกลูกค้าเหรอครับ ! มันกำลังขโมยของนะครับ !
ผจก : มันจะขโมยก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ตำรวจไปสิ !! ใช้ความรุนแรงแบบนี้ ผมไล่คุณออก !! ไม่ต้องมาทำงานที่นี่อีกเลยนะ (เหยดดดด มิงเอาไรคิดหว่ะคะ)
ธีร์ : กูไม่ออก !! ถ้ามึงไล่กู แล้วกูจะเอาอะไรแดก !!!!
[/spoiler]
 
ในทางตรงกันข้าม บทสนทนานี้ คุณธีร์อาจโดนใจใครหลาย ๆ คน  แต่สำหรับสดนั้น  สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือ ยังมีคนงอมืองอตีน โบ้ยทุกอย่างไปที่เจ้าหน้าที่รัฐ โดยไม่คิดจะพยายามปกป้องผลประโยชน์ด้วยตัวเองก่อน (เอะอะก็รัฐต้องจัดการ รัฐต้องช่วย รัฐไม่ใช่พระเจ้านะ = =" )
 
2. รวมตำนานเรื่องเล่าลัดดาแลนด์ของจริง ที่จังหวัดเชียงใหม่......
สรุปคือ มีเรื่องเฮี้ยนลือกันมากมายก็จริง แต่ที่จริงไม่ได้มีผีอะไรกันขนาดนั้น.....
 
3. เนื่องจากปัจจุบัน บน facebook มีบุคคลและไอเทมมากมายจากลัดดาแลนด์ ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด จนกลายเป็นแฟชั่นเพจสิ่งของในเรื่อง ที่ฮิตพอ ๆ กับเพจคาแรคเตอร์จากอนิเมะไปแล้ว ถ้าอยากเห็น คุณสามารถ Search ใน facebook ด้วยคำว่า "ลัดดาแลนด์" แล้วเลือกหมวด "หน้าต่าง ๆ " จะพบไอเทมต่าง ๆ ในเรื่องนี้ (เช่น แก้วน้ำ ดอกลั่นทม พื้น(เอากับมันสิ) ตู้เสื้อผ้า แบ๊ง 20 บาท ฯลฯ ) มีเพจของตัวเองมากมาย.....
 
ความเห็นส่วนตัวสดเกี่ยวกับเรื่องนี้ :
[spoiler]
พวกมิงจะตื่นเต้นอะไรกันมากมายฟ้อย =[]=" (ถึงสดจะชอบชื่อ "คุณธีร์ ถีบตู้เย็น" มากสุดก็เหอะ)
[/spoiler]
 
4. ไหน ๆ ก็ติไว้เยอะแล้ว ต่อไปนี้นี่คือข้อเสนอแนะต่อหนังเรื่องนี้ของสด ที่อาจทำให้หนังน่าสนใจกว่าที่มันเป็นอยู่ตอนนี้
 
[spoiler]
โครงเรื่องใหม่ที่น่าสนใจสำหรับหนังเรื่องนี้
 
1. ตอนท้ายเฉลยว่า ธีร์เป็นฆาตกรโรคจิต คนทั้งหมู่บ้านนี้ หรือครอบครัวของธีร์ ตายหมดแล้วเนื่องจากถูกธีร์ฆ่าตาย เรื่องทั้งหมดที่จัดบ้านอันแสนสุขต้อนรับทุก ๆ คนในตอนต้นเรื่อง และผีทั้งหมดที่เขาเจอปรากฎตัวเพื่อบีบคั้นให้เขาเผชิญความจริง ทั้งหมดเป็นเพียงความฝันของคนบ้าที่อาศัยในหมู่บ้านจัดสรรร้าง (ถ้ามันเป็นจริงได้สดจะ Thumps up มากๆ )
 
หรือ
 
2. อาจใช้แนวทางจากเรื่อง What lies beneath ก็ได้ เพื่อขับเน้นความสำคัญของผีต่อเรื่องที่มากกว่าเซอวิสคนเฉย ๆ  เพราะต้นเรื่องปูทุกอย่างมาดีอยู่แล้ว อย่างเช่น จริง ๆ แล้วผีเด็กพม่าพยายามบอกป่านว่า จริง ๆ คุณธีร์หรือคุณสมเกียรติ (คนใดคนหนึ่ง หรือทั้งคู่) แกเคยทำอะไรเธอไว้ เธอถึงได้จงใจหลอกหลอนบ้านเขา จนนำมาสู่ความตายยกบ้านของบ้านสมเกียรติ และสถานการณ์เลวร้ายของครอบครัวของธีร์ เป็นต้น
[/spoiler]
 
ขอบอกว่า อาจไม่ใช่ข้อเสนอที่ดีที่สุดก็ได้ แต่อย่างน้อยก็เป็นการใช้ประโยชน์จากผีทุกตัวให้เข้ากับความดราม่าของหนังได้ดีกว่านี้แน่ ๆ ค่ะ
 
ขอบพระคุณทุกท่านที่อ่านจนจบนะคะ TwT
 
 
 
 
 
"สนใจเอาเดทโน้ตมั้ย?" ป๋มทำให้โลกใหม่ของคุณเป็นจริงได้นะ"
 
/เผ่น!
 
 
 
ป.ล.สำหรับคนไม่เก็ท มันมาจากไอ้ คิวเบย์ แมวมาสคอตในเรื่อง Mahou Shoujou Madoka Magica ค่ะ
 

ซึ่งใครได้หลงทำสัญญาเป็นสาวน้อยเวทย์มนต์กับมันในเรื่องนี้

จะไม่ได้ตายดีทุกราย
 
เห็นว่ามันมีอะไรบางอย่างคล้าย ๆ ลุคด้วยนั่นแหละ เลยเอามาปนกัน อิอิ
 
 
 

HAPPY VALENTINE...

posted on 13 Feb 2011 11:29 by mynameissod
Happy Valentine DAY
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
GAY !!!!!
 
 
 
 
 

มันอาจเป็นเพียงวันธรรมดาวันหนึ่ง....
เพราะสิ่งที่ควรจะเป็นทุกวันในวันธรรมดา ซึ่งไม่ใช่แค่วันนี้
 
คือ การที่ทุกคนได้เกิดมาเพื่อใช้เวลาทุก ๆ วัน ในการ "รัก"
 
 
 
ความหมายของคำว่า "รัก" นั้นมีมากมายหลายแบบ
ทั้งแบบ หนุ่มสาว หนุ่มหนุ่ม
ครอบครัว เครือญาติ
รักข้างเดียว เพื่อน(กูรักมึงว่ะ)
 

แต่ถึงแม้จะน่าเบื่อที่จะต้องพูดถึงกันบ่อย ๆ
เพราะทุกคนก็ต้องการมันอยู่ดี โดยที่ไม่จำเป็นต้องซึน
เหมือนกับเกลียดอาเบะหรือบิลลี่ แต่ก็จะดู ก๊าก
 
 
 
สดก็หวังอยากให้ความสุขจากความรัก อยู่กับทุก ๆ ท่านที่ผ่านมาพบที่นี่ ทุก ๆ วันนะคะ
 
ขอให้รักคนที่คุณรัก และคนที่รักคุณ ให้มาก ๆ ค่ะ !
 
 
 

 
ป.ล. 2 ไปคอสทิฟ่าที่คอสเวิร์ล
 
แต่งานเยอะมาก ๆ ค่ะ รอรูปกันอาทิตย์หน้านะคะ TwT
 
 
 
 
ป.ล. 3 โปรดส่งต่อรูปนี้ไปให้ชายหนุ่มอย่างน้อยห้าคน
 
หากโชคดีท่านอาจได้
 
 
"เพื่อน"
 
 
มากขึ้น
 
 
/โดนรุมตีน ใครจะอยากได้ฟ้อย!!!
 
คิคิ ^^
สวัสดีค่ะ สดค่ะ
 
พอดีช่วงนี้ได้ลองดูหนังโรงหลังจากที่ไม่ได้เข้าดูนานค่ะ
 
แต่พอดีว่าผิดหวัง โคตร ๆ ค่ะ
 
เลยอยากจะรีบเขียน ก่อนที่จะมีคนหลงไปดูมากกว่านี้.......
 
 
เรื่องที่สดไปดูมาก็คือเรื่องนี้ค่ะ
 
 
 
 

Title : Hereafter
Director : Clint Eastwood
Main Actor : Matt Damon
Genre : Drama/Mystery
 
 
 
Story
 
 
 
 
 
จอร์จ (Matt Damon) ชายธรรมดาผู้มีความสามารถในการเห็นและติดต่อกับคนตายที่ใกล้ชิดกับคนที่เขาสัมผัสมือด้วย มันเป็นความสามารถที่ทำเงินให้เขามาก แต่เขาไม่ต้องการจะทำแบบนี้อีกแล้ว เพราะมันทำให้ชีวิตเขาเป็นเหมือนคำสาปที่อยู่ใกล้เคียงกับคนตายตลอดเวลา
 
ตัวอย่างหนังตัดต่อมาดีมาก พยายามสื่อซะยิ่งใหญ่เลยว่า ทุกคนพยายามตามหาชายคนนี้ เพื่อให้เขาพาไปหาหรือติดต่อวิญญาณคนที่พวกเขารัก ทั้งที่ชายคนนั้นไม่ต้องการ ยิ่งหนีเขาก็ยิ่งพบเจอ และผู้คนที่เขาเคยรับติดต่อเหล่านั้นพบความหายนะซ้ำเติมยิ่งขึ้น
 
แต่เอาเข้าจริง กลับไม่เหมือนในเทรลเลอร์ที่ตัดมาให้รู้สึกแบบนั้นเท่าใดนัก มันกลายเป็นการรวมเรื่องสั้น ที่รูปแบบการรวมเรื่องอยู่ในระดับหละหลวมมากยิ่งกว่าพวกหนังโรแมนติกอย่าง Love Actually หรือ Valentine Day อีก
 
 
 
 
 
 
 
 
หมายเหตุ ส่วนนี้สปอยเนื้อเรื่องทั้งเรื่องทั้งหมดเหมือนคุณไปดูเองกว่า 80 % ต่อให้คุณไม่อยากอ่าน แต่เราก็อยากจะให้คุณความเหียกของฝีมือ Clint Eastwood และการแสดงอันน่าเบื่อของ Matt Damon อยู่ดี
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
หนังเริ่มเรื่องจากการที่ มารี นักข่าวสาวชาวฝรั่งเศสได้ผ่านประสบการณ์ "ตาย" จากสึนามิ ในรูปแบบมโนภาพแปลกประหลาด และเมื่อรอดกลับมาที่ฝรั่งเศส เธอกลับได้แต่คิดถึงมโนภาพนั้น และพยายามค้นหามันอย่างจริงจังและเขียนหนังสือมัน จนไม่เป็นอันทำงาน ทั้งงานพิธีกรเจาะลึก และนักเขียนบทความการเมือง  เธอถูกปลดออก สูญเสียทั้งชื่อเสียง ตำแหน่งงาน และความรักต่อผู้จัดการ
 
 
 
มารี : ไม่รู้ว่าคุณจะเชื่อมั้ย วินาทีที่ชั้นตายชั้นเห็นชายใส่ กกน.เปิดตูด เรียกสติชั้นคืนมา
ชั้นอยากตามหาจริง ๆ ว่าเขาเป็นใคร
ผจก. : งั้นเราเลิกกันเถอะ เพราะผมไม่อยากพบมัน = ="
 
 
แต่อยู่ดี ๆ ก็โชคดีที่ บก.สำนักพิมพ์การเมืองหาลู่ทางช่วยให้เธอเขียนหนังสือเกี่ยวกับมโนภาพหลังความตาย "Hereafter" ได้สำเร็จและได้ไปเปิดตัวหนังสือที่งานหนังสือที่อังกฤษ
 
 
 
 
 
ที่อเมริกา ตัดมาที่จอร์จ ผู้มีความสามารถในการติดต่อกับคนตายโดยการสัมผัสมือ ซึ่งวิธีการในการติดต่อนั้น เห็นภาพคล้ายประสบการณ์ตายของมารีในตอนนั้นเช่นกัน เขาเลิกทำอาชีพนี้หาเงินไปแล้ว แต่ก็ยังมักจะถูกพี่ชายเขาใช้เป็นเครื่องมือในการจูงใจลูกค้าของเขาคิดเป็นเงินเป็นทองอยู่บ่อย ๆ ทั้งที่เขาไม่อยากทำเพราะมันเป็นความ"ไม่ปกติมนุษย์"ของเขา และเป็นการทำร้ายจิตใจคนที่และเข้าใกล้คนตายมากเกินไป
 
 
 
ป้าดำ : ได้โปรดดดดด ชั้นอยากคุยกับลูกสาวชั้น ชั้นไม่เหลืออะไรแล้ว TwT
Matt : โทษที ไว้ป้าน่ารักแบบคนด้านขวาก่อน @w@ ค่อยมาใหม่นะ
 
 
เพื่อนสาวที่เรียนคลาสทำอาหารด้วยกันที่แอบชอบก็ไม่ยอมพบเขาอีกตั้งแต่เขาติดต่อพ่อเธอที่เพิ่งตายให้ ซ้ำร้ายพี่ชายก็เห็นการถูกปลดออกจากงานโรงงานของเขาเป็นเรื่องดีที่จะเอาน้องชายมาทำเงินอีกครั้ง เขาจึงต้องหนีออกจากบ้านมุ่งหน้าไปอังกฤษเพื่อเที่ยวในฐานะแฟนงานเขียนของนักเขียนอังกฤษคนหนึ่ง
 
 
 
 
 
ที่อังกฤษ เจสซี่กับมาร์กัส สองพี่น้องฝาแฝด กำลังจะถูกสังคมสงเคราะห์จับแยกกับแม่ของพวกเขา เนื่องจากเธอติดเหล้าติดยาจนเข้าข่ายผู้ไร้ความสามารถในการเลี้ยงดู แต่เธอก็พยายามที่จะเลิกยาเพื่อให้ยังได้อยู่กับลูกต่อไป โชคร้ายชะตาเล่นตลกเมื่อเจสซี่ที่ถูกใช้ให้ออกไปซื้อยาบำบัดติดยาของแม่ ถูกอันธพาลข้างถนนวิ่งไล่จนถูกรถชนเสียชีวิต และมีอันทำให้มาร์กัส ผู้ที่มีนิสัยขรึมและติดแฝดพี่มาก ต้องแยกกับแม่ และระหว่างที่อยู่บ้านพ่อแม่บุญธรรมใหม่ เขาพยายามหาทางติดต่อพี่ชายที่ตายไปผ่านทางผู้มีชื่อเสียงที่อ้างว่า สื่อสารกับคนตายได้หลาย ๆ คน แต่ก็พบแต่คนเพ้อเจ้อมาตลอดจน search กูเกิ้ลพบจอร์จ
 
สุดท้ายทั้ง 3 คน (จอร์จ มารี มาร์กัส) พบกันได้โดยบังเอิญ มาร์กัสพบจอร์จในงานหนังสือ และพยายามตามตื้อขอ "ติดต่อ" กับเจสซี่โดยผ่านทางจอร์จได้สำเร็จ มาร์กัสดูออกว่าจอร์จชอบหนังสือ "Hereafter" และอยากจีบสาวฝรั่งเศสที่เขียนหนังสือ(มารี)คนนั้น จึงช่วยจอร์จหาที่พักของเธอและส่งจดหมายแนะนำให้ สุดท้ายจอร์จก็ได้เดทกับมารีในการพบหน้าครั้งแรกในที่สุด(เป็นการจบได้งี่เง่าแบบฮอลลิวูดจริงๆให้ตายสิ)
 
 
 
 
SoD's Overall Comment
 
สรุปคือสาระที่คาดหวังจากหนังเรื่องนี้ ดูทั้งเรื่องก็แทบไม่มี
 
ดูมาสองชั่วโมงกว่า ๆ  แต่ดูเหมือนหนังจะนำเสนอให้จับไม่ได้เอาเสียเลยว่า ปัญหาของเรื่องที่แท้จริงคืออะไรกันแน่ ระหว่างการหาคำตอบว่า "โลกหลังความตายคืออะไร" กับ "ทางเลือกในการแก้ความทุกข์จากการสูญเสียคนที่รัก" หรือ "จะหาความสุขในชีวิตได้อย่างไร ในเมื่อต้องทำงานที่เกี่ยวข้องกับความทุกข์จากการสูญเสียของผู้อื่น" และไคลแมกซ์ของเรื่องที่จะคลี่คลายปมให้ไปสู่จุดจบของเรื่องคืออะไร
 
โดยเฉพาะ ประเด็นปัญหาชีวิตของพระเอก ที่เป็นตัวชูโรงสำคัญของตัวหนังเรื่องนี้ในตอนที่ดูตัวอย่างหนัง
 
หนังไม่สามารถแสดงออกได้ว่า ที่พระเอกคิดว่า การใช้พลังจิตของตน เป็นคำสาปที่ทำให้ชีวิตเขาแย่แค่ไหนอย่างไร เหมือนเขาทึกทักเอาเองว่า เขาแตกต่างจากคนอื่น เลยไม่มีความสุขแค่นั้น ไม่ใช่เพราะเป็นห่วงความรู้สึกคนอื่นหลังจากเขาติดต่อคนตายให้เท่าไหร่
 
ทั้งที่หนังควรจะบอกเล่าให้สั้นหรือง่ายกว่านี้ แต่กลับหมดเวลาไร้สาระกับการเรียนทำอาหารของพระเอก ปิ๊งรักกับสาวโต๊ะข้าง ๆ จนทนลูกตื้อที่เธออยากดูหมอกับเขาไม่ได้ แต่สุดท้ายพอเขาติดต่อพ่อเธอให้แล้ว และสาวคนนั้นก็โดนตัดหายไปจากชีวิตเลยตั้งแต่นั้น

 
 
(จีบกันตั้งนานที่คลาส สุดท้ายพระเอกรับประทานแห้วเพราะดันเห็นเรื่องแทงใจดำเธอ)
 
 
นอกจากนี้ ยังหมดไปกับการประชุมเขียนบทความการเมืองของมารี และชีวิตในครอบครัวบุญธรรมของมาร์กัสมากโดยไม่จำเป็นด้วย ซึ่งหากตัดตรงนี้ได้ หนังจะยืดเยื้อน้อยลงและได้ใจความเท่าเดิม(ที่ไม่รู้จะสื่ออะไรให้ตรงประเด็นของหนังจริงจัง)
 
นางเอกที่เป็นนักข่าวสาวมารี  ทั้งที่เป็นตัวละครสำคัญ แต่กลับเป็นคนๆเดียวในหนัง ที่ไม่เคยรู้จักกับพระเอกมาก่อน และไม่ได้อยากรู้จักหรืออยากพบกับพระเอกเลยซักนิด ตั้งแต่ต้นเรื่องจนท้ายเรื่อง แล้วอยู่ดี ๆ จบกันที่มาเดทกันเอาดื้อ ๆ เนี่ยนะ.....
 
พูดง่าย ๆ บางทีหากหนังต้องการจะสื่อถึงความทุกข์ของการติดต่อโลกหลังความตายของพระเอก นางเอกคนนี้ถือว่าเป็นตัวละครที่ไม่จำเป็นต้องมีเลยจริง ๆ ก็ได้ (แต่หนังวางตัวให้เหมือนเป็นตัวหลักสุดๆ)
 
 
 
มาร์กัส : พี่ฮะ ดูให้ผมหน่อย ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ /วิ่งตาม ^w^
Matt : (มองซักครู่นึง) อย่ามาตื้ออีกจะได้มั้ย ! บอกกี่ทีแล้วว่าเคะไม่พอ!!!!
 
 
สรุปแล้ว ไม่มีการบอกว่า ปมปัญหาจิตใจพระเอกถูกแก้ไขได้เพราะอะไร เพราะติดต่อเจสซี่ให้มาร์กัส? หรือว่าเพราะอยู่ดี ๆ ไปมองแล้วแว้บปิ๊งรักกับมารีที่งานหนังสือแค่นั้น? แต่ไม่ว่าจะเพราะอะไรก็ตามก็ไม่เห็นจะเกี่ยวกับความทุกข์ที่เขาเผชิญจากการ ติดต่อคนตายเคสที่ผ่านมาเลยซักนิด แบบว่า คิดจะจบแบบมีความสุขก็จบแบบดื้อ ๆ เหมือนการ์ตูนรายสัปดาห์โดนตัดจบงั้นแหละ
 
บิลลี่ก็คงจะต้องพูดว่า "That's nonsense"
 
 
 
 
ตกลงมันจะสื่ออะไรกันแน่ ที่จริงมันไม่ใช่หนังประเภทต้องตีความให้เข้าใจยากแบบ "อภิชาติพงศ์" นะ = =
 
 
 
...................
 
...............
 
...........
 
.......
 
 
 
 
 
ข้อดีที่ยังเหลืออยู่
 
  • จิกกัดพวกหมอดูวิญญาณที่ทำเป็นมีหลักการต่าง ๆ ที่ตอแหลทั้งเพ อยู่ในระดับใช้ได้ แต่ก็ไม่กี่ซีนเท่านั้น
  • ฉากที่น่าขนลุกสำคัญ ๆ ได้แก่ ตอนที่นักข่าวสาวโดนน้ำกับสิ่งของพัดกระแทกจนจมน้ำตาย คิดว่าคงเป็นซีนเดียวที่ลงทุนเยอะที่สุดในหนังเรื่องนี้แล้ว
  • และอีกฉากคือ ตอนที่ไอ้หนูมาร์กัสขึ้นรถใต้ดินไม่ทันเพราะตามหาหมวกของเจสซี่ที่ตายแล้วหล่นหายไป แต่อีกไม่กี่ 10 วิต่อไป รถใต้ดินที่เขาขึ้นไม่ทันคันนั้นเกิดระเบิดเป็นเสี่ยง
  • แสดงชีวิตประจำวันอันแสนเศร้าของครอบครัวที่ต้องเผชิญวิบากกรรมที่ทำให้ต้องแตกแยกจากความตายและกฎหมายสงเคราะห์ดี
 
 
หวังว่าคงได้อรรถรสในการอ่านแทนการเสียเงินไปดูบ้างนะคะ
 
ขอบคุณมากค่ะที่อ่านจนจบ ^^
 
 
 
 

[Upเลว]Tifa Lockheart@TGS2011

posted on 11 Jan 2011 19:06 by mynameissod in Otaku
 
 
 
 
 
 
 
 
 
สวัสดีค่า สดค่ะ ^o^/
 
 
 
 
 
(จองที่ไว้ก่อนไว้ค่อยเขียนเน่อ ^^"
 
พอดีติดภาระกิจ ทั้งแต่งรูปเพื่อน ๆ มหาลัย และน้องสาวสุดเลิฟของสด >w<)
 
 
 
 
เมื่อวันอาทิตย์ ไป TGS มาเหมือนกันค่ะ
 
 
ไปคอสกับถ่ายรูป Layer เพื่อทดสอบสถานการณ์แสงเหียก(เพราะเคยฝึกงานที่นี่มาก่อน รู้ดีว่ามีอุปสรรคมากในการถ่ายแน่นอน)
 
ถ้าแต่งรูปเรียบร้อยแล้วจะลงอีกทีนะคะ Layer ผู้โชคดีที่ถูก Tifa ถ่ายรูปทุกท่าน >w<
 

 
 
และผลของวันนี้....ทำให้สดคงต้อง....
 
ขอบ่นตามคนอื่น ๆ ด้วยมั่งค่ะ =_________="
 
งานนี้ทั้งช่างกล้องในงาน แม้กระทั่งสดเอง ต้องบ่นอุบกันหมด
 

 
ว่าแสงที่งานเหียกมาก ๆ ....
 
 
 
 
เลยไปปรากฎตัวที่งานในวันอาทิตย์ได้ไม่ถึงชั่วโมง แบบปิ๊งป่องแจกแรร์
 
และสดก็ถึงขั้นว่าต้องหนีไปถ่ายที่อื่นที่ดีกว่านี้เลยทีเดียว =[]="
 
(ปกติสดขี้รำคาญเสียงดัง ๆ ด้วยแหละค่ะ ไม่ใช่อะไรหรอก)
 
แต่ยังดีที่ได้ถ่ายมังกร Infinity Holic แล้ว >w<
 
ไว้ทำเสร็จจะเอามาให้ชมกันนะเจ้าค่ะ
 
สำหรับวันนี้ชมทีฟาเรียกน้ำย่อยไปก่อนนะคะ @w@/
 
 
 
 
ขอบคุณทุกท่านในงาน (ทำไมมีแต่หนุ่ม ๆ ???) ที่เข้ามาทักว่า เหมือน เจ้าค่ะ
ขอโทษสำหรับพุงที่ยังยื่นอยู่น้า กำลังพยายามลดเต็มที่ค่ะ >w<
 
 
และ
ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาดูเจ้าค่ะ
 
^^
 
 
 
ป.ล. แฟนหยุดงาน 3 วัน พรุ่งนี้จะไปไหว้พระ 9 วัดค่ะ
 
เดี๋ยวมะรืนค่อยรี Private Tifa อีกทีเจ้าค่ะ