[Review]ลัดดาแลนด์ ครอบครัวอุ่นตับ จบเห่ไปกับผี
posted on 18 May 2011 12:26 by mynameissodสวัสดีค่ะ สดค่ะ
ตามที่เกริ่นเอาไว้คราวที่แล้วค่ะว่า จะรีวิวเรื่อง "ลัดดาแลนด์" เนื่องจากสดเกิดอาการเสียดายตั๋ว(ฟรี)
ก่อนอื่นต้องขออภัยสำหรับผู้ add RSS feed ทุกท่าน เนื่องจากสดเขียนรีวิวนี้เสร็จตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว แต่ทดสอบโค้ด Spoiler แล้วมีปัญหาบางส่วน เลยเสียเวลากด Publish ไปหลายครั้ง
แต่ตอนนี้หวังว่าน่าจะสมบูรณ์พอแล้ว........
งั้นไปชมกันได้เลยค่ะ ^^

Title : ลัดดาแลนด์
Director :โสภณ ศักดาพิศิษฏ์
Main Actor : สหรัถ สังคปรีชา, ปิยธิดา วรมุกสิก,
สุทัตตา อุดมศิลป์,อธิพิชญ์ ชุติวัฒน์ขจร
Genre : Drama/Horror
Story
ธีระ (ก้อง - สหรัถ) คุณพ่อวัยกลางคนที่เพิ่งประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานและรายได้ ได้ใช้ความสำเร็จที่ตนได้มาเพื่อสร้างความสุขให้กับครอบครัวอีกครั้ง ด้วยการดาวน์บ้านใหม่ในหมู่บ้านจัดสรรสุดหรู บรรยากาศดี "ลัดดาแลนด์" ที่เชียงใหม่ และพาครอบครัวที่อยู่กรุงเทพ ย้ายมาอยู่ด้วยกัน
เขาหวังแค่เพียงว่า ครอบครัวของเขาจะได้มีความสุขสมกับความพยายามที่ผ่านมาของเขา แต่นั่นกลับกลายเป็นความโชคร้ายอย่างถึงที่สุดที่เขาพาทุก ๆ คนมาอยู่ที่นี่ เมื่อพ้นคืนแรกที่ย้ายมาอยู่ ก็มีข่าวเด็กสาวคนใช้พม่าคนหนึ่งถูกฆ่าหมกตู้เย็น คำร่ำลือที่ว่าหมู่บ้านนี้สร้างบนสุสาน ทำให้มีเหตุการณ์ความเฮี้ยนโผล่ขึ้นมาเป็นระยะ ๆ ที่แม้แต่พระยังไม่สามารถหยุดได้
แต่สิ่งที่ครอบครัวของธีระต้องเผชิญ นอกจากผีแล้ว พวกเขายังต้องเผชิญความจริงอันโหดร้ายที่ซ้ำเติมให้ชีวิตครอบครัวแสนสุขที่วาดฝันไว้ต้องพังทลายลง
ที่จริงเรื่องราวทั้งหมดเป็นอย่างนี้ค่ะ.......
คำเตือนก่อนกดดู
ในสปอยนั้นประกอบด้วยเรื่องราวทั้งหมดเขียนเหมือนคุณไปดูเองกว่า 80 เปอเซ็น ถ้าคุณอ่านนอกสปอยแล้วแต่ก็ยังอยากไปดูอยู่ดี ไม่แนะนำให้กดอ่าน
[spoiler]
ชีวิตครอบครัวก่อนหน้านั้นของครอบครัว ที่ถูกเผยออกมาเรื่อย ๆ จากทางภาพ สัญลักษณ์ และการกระทำต่าง ๆ ของตัวละคร บอกได้ว่า ธีระแต่งงานกับป่านเพราะป่านท้องขึ้นมา ทำให้แม่ยายไม่ยอมรับ ธีระจึงต้องพยายามรับผิดชอบสร้างฐานะเพื่อครอบครัว และอดทนกับการไม่ยอมรับของแม่ยายมาตลอด 14 ปี
แม้ที่ผ่านมาครอบครัวจะมีความสุขดี แต่เขาไม่เคยประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานใด ๆ และความที่ต้องก่อร้างสร้างตัวจากความไร้ฐานะ ทำให้แม่ยายไม่มีวันยอมรับ และส่งผลให้ลูกสาวที่มีแม่ยายคอยเลี้ยงตลอดเวลาที่เขาทำงาน มีอคติกับเขาในเวลาต่อมา
แต่อย่างไรก็ตาม ความพยายามของธีร์ก็ไม่เสียเปล่า ในช่วงเริ่มต้นเรื่องนั้น ธีร์ดูอิ่มเอมมีความสุขมากที่จะได้ต้อนรับครอบครัวให้มาอยู่บ้านแสนสวยงามที่ตนเพิ่งซื้อมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของหัวหน้าครอบครัว ชีวิตครอบครัวที่รักของเขาอันแสนสุขกำลังจะเริ่มขึ้น ที่ลัดดาแลนด์ เมืองเชียงใหม่แห่งนี้
แต่เมื่อได้ย้ายกันเข้ามา สัญญาณที่บ่งบอกถึงความขัดแย้งภายใต้ความสุขที่ควรจะได้ของครอบครัวนี้ก็ก่อขึ้น
แนนผู้เป็นลูกสาวแสดงออกชัดเจนว่าเกลียดที่พ่อบังคับให้เธอต้องย้ายมาบ้านใหม่ เธออยากอยู่กับยายและเพื่อนเก่าที่กรุงเทพมากกว่า
พวกเขาได้ทำความรู้จักกับเพื่อนบ้านที่แสนดี(?) ชื่อคุณสมเกียรติ เขามักใช้ความรุนแรงกับคนในครอบครัวเป็นประจำ ป่านเองก็สงสารจนให้ผู้เป็นภรรยาบ้านหลังนั้นยืมเงินไป 10,000 บาท ซึ่งแม้ธีร์จะถามว่าเอาไปทำอะไร แม้ป่านจะไม่ได้ตอบคำถามเขา แต่เขาก็ไม่ได้คิดมาก เพราะตอนนี้สำหรับเขา เงินยังหาง่ายอยู่
คืนแรกผ่านพ้นไปเกือบด้วยดี แต่บ่ายวันต่อมา กลับมีข่าวเรื่อง เด็กสาวชาวพม่าที่ธีร์เคยชวนให้มาเป็นแม่บ้านที่บ้านถูกฆ่าหมกตู้เย็นเกิดขึ้น
ป่านผู้เป็นภรรยา เริ่มใจคอไม่ดี แต่ธีร์ในฐานะหัวหน้าครอบครัว แม้จริง ๆ แล้วก็กลัว แต่ความที่ต้องเป็นหัวหน้าครอบครัวที่พึ่งพาได้ เขาจึงไม่ใส่ใจและคิดว่าเป็นเรื่องไร้สาระ
"ทุกที่มันก็ต้องมีคนตายทั้งนั้นแหละ ไร้สาระน่า"
.....ถึงแม้ว่าป่านต้องไปเจอเหตุการณ์ที่มีคนชักเพราะโดนผีเข้า ผีหลอกมาถึงสองครั้งก็ตาม เขาก็ไม่ยอมเชื่ออยู่ดี
ทางด้านแนนผู้เป็นลูกสาว เป็นธรรมดาของวัยรุ่นที่ต้องมีเพื่อนประเภทเกรียนหรือติ่งอยู่บ้าง ตกคืนหนึ่ง พวกเพื่อน ๆ ต่างอยากท้าพิสูจน์เรื่องบ้านมีคนตาย แต่คนที่ซวยโดนผีขังหลอนในบ้าน(แค่ชั่วคราว)กลับเป็นเธอคนเดียว แม้เธอจะบอกพ่อว่าเธอโดนผีหลอก แต่เธอกลับถูกพ่อหาว่าแต่งเรื่องโกหกเพื่อหนีไปเที่ยวดึกดื่น ทำให้สถานการณ์ในครอบครัวยิ่งแตกร้าวยิ่งขึ้น
แนนยิ่งกลับบ้านดึกบ่อยขึ้นด้วยข้ออ้างว่า "ทำรายงาน" ทำให้ธีร์โมโหว่าลูกกล้าโกหก แม้เธอไปทำรายงานจริง ๆ แต่ธีร์ก็ดันมาเจอตอนเธอกำลังเล่นตีหมอนกับเพื่อนผู้ชายอีก......
ธีร์ฉุนขาดเรื่องลูกโกหกเต็มทน ซ้ำด้วยคดีเก่าที่ลูกบอกว่าเจอผี เขาเลยคลั่งซิ่งรถพาลูกไปที่บ้านที่เด็กสาวพม่าตาย แล้วฉุดกระชากลากลูกเข้าไปในบ้านฝรั่ง แต่ลงท้ายด้วย การไม่เจอผี และทำให้แนนโดนเศษแก้วบาดมือ
ไม่แปลกหากสิ่งนั้นจะกลายเป็นสิ่งที่ทำให้แนนเกลียดพ่อขึ้นมาอย่างมากที่สุด วันรุ่งขึ้นแนนจึงย้ายไปอยู่หอ และจะกลับแค่เสาร์ อาทิตย์ เท่านั้น เพราะไม่อยากอยู่กับพ่อ และผีที่หมู่บ้านนี้อีก
ในส่วนเรื่องการงานของธีร์นั้น ตัวหนังได้เล่าถึงว่า การที่ธีร์ได้ความสำเร็จ ร่ำรวย มีเงินเดือนพอผ่อนอะไรหลาย ๆ อย่างเกินฐานะมากมายนั้น เพราะธีร์ได้ทำงานบริษัทขายตรง "EMPIRE"เขาได้รับการโปรโมตให้เป็นพนักงานดีเด่นที่ทำตลาดและยอดขายได้มากจนได้เป็นผู้เข้าบุกเบิกตลาดที่เชียงใหม่ ความสำเร็จที่เขาได้รับมันช่างดูสวยหรูยิ่งนัก
แต่แล้วสัญญาณอันตราย ลางร้ายก็เกิดขึ้น เมื่อบริษัทเริ่มเลื่อนการจ่ายเงินเดือน รุ่นน้องที่เป็น upline ตอแหลว่าถ้ายอดถึงเป้าเดี๋ยวเขาก็จ่ายก้อนโตงาม ๆ เองแหละ.....แต่เพียงไม่นาน (วันที่แนนย้ายออกจากบ้านไปหอ) เช้าวันนั้นเมื่อธีร์ไปทำงานที่สาขา เขากลับพบว่า ตึกถูกทิ้งร้าง มีเพียงป้ายกระดาษแปะบอกว่าที่นี่ได้ปิดตัวลงแล้ว และรุ่นน้อง upline คนนั้นก็บินหนีกลับกรุงเทพ ลอยแพดาวน์ไลน์ทุกคน ให้ตกงานอย่างไม่คาดฝัน
รวมทั้งตัวธีร์เองด้วย จากพนักงานระดับสูง เงินเดือนหกหมื่น เขาต้องกลายเป็นคนตกงานอย่างหน้ามือเป็นหลังตีน
........ทั้ง ๆ ที่ยังมีค่าผ่อนบ้าน เครื่องใช้ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ และค่าสาธารณูปโภค (BB, เคเบิ้ลทีวี, อินเตอร์เน็ต)ที่ต้องจ่ายต่อเดือนอีกมากมาย!
(เหยดดดดด เหมือนบริษัทอะไรหว่ะคะ
)
)จากครอบครัวที่ "งานพาเงิน เงินพาสุข" มาได้ โลกที่ธีร์ต้องการสร้างเพื่อครอบครัวพังทลายลงต่อหน้า ในฐานะหัวหน้าครอบครัวที่ต้องรับผิดชอบและแบกรับทุกอย่างตามลำพัง โฆษณาหางานในหนังสือพิมพ์หางานไม่ได้ช่วยอะไรเขาเลย ไม่ว่าจะด้วยอายุเขาที่เกินมากแล้ว ประกาศเก่า ทางเลือกเข้าตาจนสุดท้ายของเขาคือ การเป็นพนักงานมินิมาร์ท......
เรื่องทั้งหมดตั้งแต่ที่เขาตกงานจนเป็นพนักงานมินิมาร์ทนั้น เขาไม่บอกใครในบ้านจนกระทั่ง ภรรยาจับได้ และลูกสาว(ที่ไม่ได้พักที่บ้าน)มาซื้อของและจ่ายตังกับมือพ่อที่เป็นแคชเชียร์ที่นั่น.......
(ซีนนั้นสดไม่แน่ใจว่าเธอคิดยังไง แต่ที่แน่ ๆ หน้าเธอตัดสินลงไปได้ดีแล้วว่า "ไอ้คนไม่ได้เรื่องเนี่ยหรอพ่อกู" จนไม่อยากจะรับเงินทอนจากมือเขา (อ๊ากกกก อุ่นตับไม่ไหวแล้วว ))
แต่เวรกรรมของธีร์ยังไม่จบแค่นั้น เมื่อวันหนึ่งมีขโมยเข้ามาขโมยของในร้าน ธีร์เข้าไปซัดกับขโมย แต่กลับโดนพนักงานและผู้จัดการรั้งตัวห้ามไม่ให้ธีร์ทำร้ายขโมย ซ้ำยังถูกไล่ออกเพราะถูกหาว่า เป็นคนที่ไม่รู้จักควบคุมอารมณ์ (ตรงนี้มันตรรกะวิบัติหรอเนี่ย หรือว่ามีคนไทยบางจำพวกคิดแบบนี้จริง ๆ กันแน่น่ะ?)
ป่านเห็นท่าไม่ดีว่ารายได้จากสามีที่ตกงาน ไม่พอค่าใช้จ่ายที่ต้องหมดกับบ้านหลังนี้และเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ที่ยังต้องผ่อน มือถือและค่าบริการสาธารณูปโภคต่าง ๆ ทั้งของตนและลูก ๆ จึงตัดสินใจจะกลับไปทำงาน แต่กลับมีปากเสียงเพราะธีร์เข้าใจว่า ป่านจะหนีไปชู้กับเจ้านายเก่า ......ที่จริงไม่แปลกที่ธีร์จะคิดแบบนั้น เพราะก่อนหน้านั้น ธีร์กลับบ้านเร็ว แล้วเจอรถเจ้านายเก่ามาหาป่านถึงบ้าน........
การที่ภรรยาที่ควรได้อยู่บ้านสบาย ๆ เพราะสามีที่ดี ถึงขั้นคิดจะกลับไปทำงานอีกครั้ง และยิ่งกับเจ้านายเก่าที่หลงเสน่ห์ป่านหัวปักหัวปำ นั่นยิ่งเป็นการตอกย้ำธีร์ให้เห็นถึงความไม่มีค่า เป็นหัวหน้าครอบครัวที่ทำหน้าที่ไม่ได้เรื่องสำหรับป่าน (ถึงแม้จริง ๆ แล้วป่านไม่ได้คิดแบบนั้นเลยซักนิด) (หลายครอบครัวหลายคู่หวิดล่มจมเพราะความคิดไปเองของผู้ชายก็เยอะมากเหมือนกัน)
ที่สุดแล้วธีร์ฉุนขาดกับครอบครัวข้างบ้านอยู่ 2 เรื่อง ทั้งเรื่องที่เมียคนข้างบ้านยืมเงินไป และเรื่องก่อนหน้านั้นที่กอล์ฟ ลูกชายข้างบ้านเล่นกับนัทลูกชายตัวเองแรงเกิน ทั้งขังไว้ในตู้เสื้อผ้า และชวนเข้าบ้านฝรั่งที่เด็กพม่าตายในตู้เย็นจนเขาประสาทเสียนึกว่าลูกโดนฆ่าในตู้เย็นด้วย(เป็นที่มาของ "คุณธีร์ถีบตู้เย็น") จึงบุกไปทวงเงินและต่อว่าเขา
ก่อนที่จะรู้เรื่องในเช้าวันต่อมาว่า.......
บ้านนั้นยิงตัวตายล้างครอบครัวมาตั้งแต่หลายวันก่อนแล้ว !
แต่นั่นเป็นแค่จุดเริ่มต้นของความหลอนของครอบครัวนี้เท่านั้น (ผีพม่าหมดบทแล้ว)
ป่านโกหกลูกชายว่าบ้านหลังนั้นไปเที่ยวกันหลายวัน แต่นัทกลับบอกว่าเขาเล่นซ่อนหากับกอล์ฟอยู่ ป่านโกรธจนลงไม้ลงมือกับลูกชายอย่างรุนแรง แต่พอได้สติ จึงโทรไปร้องไห้กับแม่ว่า ทนอยู่หมู่บ้านผีสิงแบบนี้ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว ซึ่งแม่ตกลงให้กลับมาอยู่กรุงเทพด้วยกัน แต่อนุญาตให้ธีร์มาเยี่ยมลูกได้แค่อาทิตย์ละสองครั้งเท่านั้น
เมื่อแนนลูกสาวกลับบ้านมาตอนสุดสัปดาห์ ป่านสั่งให้ลูกไปเก็บของเตรียมกลับ แต่ตอนที่แนนออกไปเก็บผ้านั้น ผ้าเช็ดหน้าเธอบังเอิญปลิวไปตกที่บ้านข้าง ๆ ซึ่ง แนนไม่รู้ว่าบ้านหลังนั้นตายหมดแล้วจึงปีนเข้าไปเก็บที่บ้านหลังนั้น
โชคร้ายเธอได้เจอกับเมียของบ้านนั้นกับแม่......ในสภาพหน้าแหว่งไปครึ่งซีก!!!
เธอกรี้ดลั่นจนเสียสติต้องเข้าโรงพยาบาล
"รักมันมากใช่มั้ยบ้านหลังนั้น ไปตายกับมันเลยไป !!"
ป่านพูดกับธีร์ที่หน้าห้องคนไข้ที่ซึ่งลูกสาวกรีดร้องเสียสติอย่างบ้าคลั่ง แต่ธีร์ได้แต่อึ้งไม่ยอมพูดอะไร เขาได้แต่อุ้มลูกชายเดินกลับบ้านไปน้ำตานองหน้า
(เหยดดดด เจ๊ยังอุตส่าห์ปล่อยเขาอุ้มลูกกลับบ้านผีสิงได้เนี่ยนะ
)
)ตกดึกคืนนั้น นัท พ่อลูกชายตัวแสบอยู่ดี ๆ ก็แอบหนีพ่อหายออกไปจากบ้านตอนดึกที่ฝนตก ร่องรอยบ่งบอกว่าเขาหนีพ่อเข้าไปที่บ้านข้าง ๆ (ซวยแล้วไง แล้วเอ็งห่วงเล่นซ่อนหามากจนหนีพ่อไปเล่นบ้านนั้นตอนดึกได้เนี่ยนะ)
ธีร์ช็อกมาก รีบลองโทรหาป่าน เผื่อป่านแค่จะแอบเอาลูกไปเฉย ๆ แต่กลับไม่ใช่แบบนั้น ธีร์จึงต้องเข้าไปในบ้านคนเดียวจนได้พบกับผีทุก ๆ คนที่บ้าน ทั้งคุณสมเกียรติ เมีย และแม่ของเขา.....
ทุกคนพร้อมใจออกมาหลอนธีร์ในสภาพโดนช็อตกันยิงจนเป็นรูโหว่เต็มหน้า
สมเกียรติวิ่งเข้ามาหลอนใส่ธีร์จนธีร์ยิงใส่ตู้เสื้อผ้าเขา.......
เลือดสด ๆ ไหลรินออกมาจากตู้นั้น พื้นนองเจิ่งเลือด ปรากฎตัวพ่อลูกชายตัวแสบโดนกระสุนพ่อจัง ๆ ล้มออกมา
ทั้งธีร์และป่านที่วิ่งเข้ามาเจอวินาทียิงเปรี้ยงต่างช็อคไปตามกัน ป่านรีบวิ่งเข้ามาดูอาการลูก แล้วพบว่า......
ลูกยังไม่ตาย..........
ปัง !!!!!
ธีร์ล้มลงไปนอนกับพื้น พร้อมกับปืนที่ตกจากมือเขา.......สมองเขาถูกปืนที่เขาเพิ่งลั่นไกไปอีกนัดระเบิดใส่......
เขาตายเสียแล้ว........เนื่องจากไม่สามารถทนมีชี่วิตบัดซบ (เมียทิ้ง ลูกสาวไม่รัก แถม(เข้าใจผิดว่า)ฆ่าลูกชายตัวเองตายกับมือ) ได้อีก............
======================================
ป่านขับรถพาทุกคนออกจากเชียงใหม่กลับกรุงเทพ เธอเล่าให้แนนฟังว่า วันที่เธอท้องแนนก่อนแต่งนั้น ตอนแรกเธอคิดจะแท้งด้วยซ้ำ แต่คนที่มีความคิดที่จะเอาแนนไว้ และเริ่มสร้างครอบครัวด้วยกัน ให้เป็นครอบครัวที่อบอุ่นให้ได้นั้น........
ก็คือธีร์เอง..........
ภาพเก่า ๆ ที่เวียนเข้าความทรงจำป่านและแนนนั้น เป็นภาพของครอบครัวที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน มีความสุขกันมากทีเดียว.........
จบแล้วจ้าาาาาาา
[/spoiler]
ว่าด้วยเรื่องผีที่หลอนนั้น ผีอาจทำให้น่ากลัวได้ก็จริง (มีหนังผีไม่กี่เรื่องที่ทำให้สดสามารถขวัญกระเจิงจนเอามือแฟนมากัดได้ แฟนสดยืนยันได้) แต่ถ้าใครกดสปอยอ่านดูแล้วจะพบได้ว่า สดเกือบไม่พูดถึงผีเลย
ทำไม? เพราะผีแต่ละตัวที่โผล่มามีไว้เป็นน้ำจิ้มเท่านั้น ความจริงถ้าสารที่ผู้สร้างต้องการสื่อคือ ชีวิตครอบครัวชนชั้นกลางที่ไม่สวยหรูในความเป็นจริงนั้น ผีไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นในเรื่องเลยซักนิด
มันไม่เหมือนกับหนังผีเรื่องอื่น ๆ ในแง่ที่ว่า ปกติผีมักมีสาเหตุการเข้าไปหลอนคน (โดยมากมักจะมาจากความแค้นกับผู้ที่ทำให้ตัวเองเจ็บแค้นก่อนตาย(เช่น บอดี้, เที่ยวบินในสี่แพร่ง, ชัตเตอร์) ต้องการเพื่อนไปอยู่ด้วย(เช่น เรื่องแชทมือถือและล่องแก่งในสี่แพร่ง) หวงสถานที่(จูออน), ลงโทษ(เปรตในห้าแพร่ง), ที่ตลก ๆ แต่ก็ถือว่ามีสาเหตุในการหลอกก็เช่น บ้านผีปอบ บุปผาราตรี และสารพัดหนังผีตลกหยาบคายทั้งหลาย ก็ยังถือว่ามีเหตุในการขอมาหลอกหลอน
แต่เรื่องนี้ ดูจนท้ายเรื่อง มันก็ ไม่มีอะไรเลย........เหมือนใส่ผีไว้ชวนคนให้เข้ามาดูเยอะ ๆ เท่านั้น
[spoiler]
ลุ้นแทบตายว่าครอบครัวนี้เกี่ยวอะไรกับสาเหตุการตายเด็กสาวพม่าคนนั้น แต่สุดท้ายเด็กสาวพม่าคนนั้นก็ถูกปล่อยทิ้งไว้ที่กลางเรื่อง (ไม่ถูกพูดถึงอีกเลย) เมื่อมีข่าวที่ครอบครัวข้างบ้านฆ่าตัวตายล้างครัว บทผีเลยถูกเปลี่ยนไปที่ข้างบ้านโดยสิ้นเชิง
แวบแรกก็ลุ้นอีกว่า สาเหตุการตายอาจมาจากผีพม่า แต่กลายเป็นว่า ตายเพราะเครียดที่โรงงานล้มละลาย กลายเป็นผีติดบ้านเท่านั้น
[/spoiler]
เพราะฉะนั้นถ้าพูดถึงในแง่หนังดราม่า ขอตอบว่า ดีมาก
แต่ถ้าให้พูดถึงในแง่หนังผี ขอบอกว่า ติดลบมากเช่นกัน
มันจะใส่ผีทำไมในเมื่อไม่ได้ต้องการสื่อว่า ผีมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องเลวร้ายต่าง ๆ ในครอบครัว หรือมีวัตถุประสงค์ใด ๆ ในการหลอกหลอนตรง ๆ
ถ้าแกจะสร้างหนังครอบครัวดราม่าดี ๆ ขนาดนี้.......
แล้วเอ็งจะเอาผีเข้ามาไว้ในเรื่องทำไม?
มันเป็นส่วนประกอบเซอวิสที่เปล่าประโยชน์มาก ๆ !
ข้อดี
- เป็นหนังที่นำเสนอถึงชีวิตครอบครัวอันแสนสุขอุ่นตับ ได้ยอดเยี่ยม
- พฤติกรรม บรรยากาศ Event ย่อยต่าง ๆ และสัญลักษณ์(ภาพที่ไม่จำเป็นต้องใช้คำพูดก็อธิบายความรู้สึกตัวละครต่อสิ่งต่าง ๆ และเล่าเรื่องทุกอย่างได้โดยไม่ต้องพูดคุย) ถูกใช้มากมาย ถูกที่ถูกเวลา
- ปัญหาที่เกิดขึ้นของตัวละครตั้งแต่ต้นจนถึง 75เปอเซ็นของเรื่อง ปูมาได้ดีตั้งแต่ความสุขสันต์อบอุ่นของครอบครัว และอุ่นตับจนถึงจุดใกล้พังทลาย
- การแสดงที่่บีบคั้นอารมณ์มากของก้อง-สหรัถ และความสมบทบาทของสมาชิกในครอบครัวที่เหลือทุก ๆ คน เรื่องการแสดงนั้นต้องชื่นชมจริง
ข้อเสีย
- รู้สึกได้ชัดถึงว่า ผู้สร้างนึกอะไรออกก็ยัด ๆ ๆ ๆ จนไม่สามารถรวบประเด็นต่าง ๆ ในเรื่องออกมาคลี่คลายปัญหาทั้งหมดในท้ายเรื่อง
- ทั้งผีหลอก คนตาย คนที่โดนเล่นงาน เลยกลายเป็นสิ่งเซอวิสอันไร้สาระในหนัง การแทรกของเหล่านี้ท่ามกลางปัญหาส่วนตัวในครอบครัว มันไม่ได้ช่วยให้รู้สึกว่า "ครอบครัวนี้ชีวิตพังเพราะความเฮี้ยน"
- พูดให้ง่ายกว่านั้นคือ หนังเหมือนกับเขียนไปถ่ายไปจนต้องตัดประเด็นที่ควรไขบางส่วนทิ้งจนที่นำเสนอปัญหาไว้ดี ๆ ทั้งหมดในตอนแรก เสียจนกลายเป็นหนังห่วย
- ไม่มีการไขปริศนาที่ควรจะไข คือ ใครฆ่าเด็กคนนั้น เพราะในเมื่อเด็กคนนั้นเป็นต้นเหตุทำให้หมู่บ้านร้าง เธอควรจะมีอะไรที่สำคัญมากกว่าโผล่มาเฮี้ยน หลอนครอบครัวธีร์ หรือทำให้คนชักเท่านั้น แต่นี่อะไรกัน โดนทิ้งไปตั้งแต่อยู่ดี ๆ ก็มีอีกกลุ่มที่เฮี้ยนแซงหน้า(พูดง่าย ๆ แค่โผล่หน้ามาหลอกคนเล่นแล้วจากไป)
- เป็นหนังที่เดาไม่ได้จริง ๆ แต่ไม่ใช่เดาไม่ได้เพราะเรื่องลึกลับมาก แต่เพราะเหตุต่าง ๆ ที่หนังให้มา ใช้เดาไม่ได้เลยต่างหาก
จริง ๆ สดชอบหนังประเภท "คนดูเหมือนดีแต่ซวยโดนผีเปิดโปงความชั่วตัวเอง" มากที่สุดเลยนะ แต่ส่วนหนังประเภท "ผู้บริสุทธิ์ดวงซวย" ก็พอทนอยู่ ตราบที่บทขับเน้นประเด็นความอาฆาตของผีได้ดี
แต่ลัดดาแลนด์แม้อยู่ในประเภทที่ 2 แต่กลับหาสิ่งนั้นไม่เจอจากหนัง เนื่องจาก
ดราม่าครอบครัวอุ่นตับ กลบหมด
ให้ง่ายกว่านั้นคือ
หนังเรื่องนี้ถ้าไม่มีผีจะเป็นหนังที่สดประทับใจฮว้ากกกกกกกกก
That's nonsense.
ของแถมทิ้งท้าย
1. สปอยบทสนทนาอันน่าปวดตับสุด ๆ จากหนัง
[spoiler]
ตอนที่ธีร์เป็นพนักงานมินิมาร์ท แล้วมีขโมยมาขโมยของในร้าน ธีร์เข้าไปชกต่อยกับขโมยคนนั้น แต่กลับโดนผู้จัดการลากตัวไม่ให้ธีร์ทำร้ายขโมย จนขโมยหนีไปได้
หลังจากขโมยหนีไปแล้ว.......ผู้จัดการได้ต่อว่าธีร์ด้วยความโกรธเกรี้ยว
ผจก : มึงเป็นเหี้ยอะไร ทำไมไปทำร้ายลูกค้าแบบนั้น
ธีร์ : นั่นเรียกลูกค้าเหรอครับ ! มันกำลังขโมยของนะครับ !
ผจก : มันจะขโมยก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ตำรวจไปสิ !! ใช้ความรุนแรงแบบนี้ ผมไล่คุณออก !! ไม่ต้องมาทำงานที่นี่อีกเลยนะ (เหยดดดด มิงเอาไรคิดหว่ะคะ)
ธีร์ : กูไม่ออก !! ถ้ามึงไล่กู แล้วกูจะเอาอะไรแดก !!!!
[/spoiler]
ในทางตรงกันข้าม บทสนทนานี้ คุณธีร์อาจโดนใจใครหลาย ๆ คน แต่สำหรับสดนั้น สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือ ยังมีคนงอมืองอตีน โบ้ยทุกอย่างไปที่เจ้าหน้าที่รัฐ โดยไม่คิดจะพยายามปกป้องผลประโยชน์ด้วยตัวเองก่อน (เอะอะก็รัฐต้องจัดการ รัฐต้องช่วย รัฐไม่ใช่พระเจ้านะ = =" )
2. รวมตำนานเรื่องเล่าลัดดาแลนด์ของจริง ที่จังหวัดเชียงใหม่......
สรุปคือ มีเรื่องเฮี้ยนลือกันมากมายก็จริง แต่ที่จริงไม่ได้มีผีอะไรกันขนาดนั้น.....
3. เนื่องจากปัจจุบัน บน facebook มีบุคคลและไอเทมมากมายจากลัดดาแลนด์ ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด จนกลายเป็นแฟชั่นเพจสิ่งของในเรื่อง ที่ฮิตพอ ๆ กับเพจคาแรคเตอร์จากอนิเมะไปแล้ว ถ้าอยากเห็น คุณสามารถ Search ใน facebook ด้วยคำว่า "ลัดดาแลนด์" แล้วเลือกหมวด "หน้าต่าง ๆ " จะพบไอเทมต่าง ๆ ในเรื่องนี้ (เช่น แก้วน้ำ ดอกลั่นทม พื้น(เอากับมันสิ) ตู้เสื้อผ้า แบ๊ง 20 บาท ฯลฯ ) มีเพจของตัวเองมากมาย.....
ความเห็นส่วนตัวสดเกี่ยวกับเรื่องนี้ :
[spoiler]
พวกมิงจะตื่นเต้นอะไรกันมากมายฟ้อย =[]=" (ถึงสดจะชอบชื่อ "คุณธีร์ ถีบตู้เย็น" มากสุดก็เหอะ)
[/spoiler]
4. ไหน ๆ ก็ติไว้เยอะแล้ว ต่อไปนี้นี่คือข้อเสนอแนะต่อหนังเรื่องนี้ของสด ที่อาจทำให้หนังน่าสนใจกว่าที่มันเป็นอยู่ตอนนี้
[spoiler]
โครงเรื่องใหม่ที่น่าสนใจสำหรับหนังเรื่องนี้
1. ตอนท้ายเฉลยว่า ธีร์เป็นฆาตกรโรคจิต คนทั้งหมู่บ้านนี้ หรือครอบครัวของธีร์ ตายหมดแล้วเนื่องจากถูกธีร์ฆ่าตาย เรื่องทั้งหมดที่จัดบ้านอันแสนสุขต้อนรับทุก ๆ คนในตอนต้นเรื่อง และผีทั้งหมดที่เขาเจอปรากฎตัวเพื่อบีบคั้นให้เขาเผชิญความจริง ทั้งหมดเป็นเพียงความฝันของคนบ้าที่อาศัยในหมู่บ้านจัดสรรร้าง (ถ้ามันเป็นจริงได้สดจะ Thumps up มากๆ )
หรือ
2. อาจใช้แนวทางจากเรื่อง What lies beneath ก็ได้ เพื่อขับเน้นความสำคัญของผีต่อเรื่องที่มากกว่าเซอวิสคนเฉย ๆ เพราะต้นเรื่องปูทุกอย่างมาดีอยู่แล้ว อย่างเช่น จริง ๆ แล้วผีเด็กพม่าพยายามบอกป่านว่า จริง ๆ คุณธีร์หรือคุณสมเกียรติ (คนใดคนหนึ่ง หรือทั้งคู่) แกเคยทำอะไรเธอไว้ เธอถึงได้จงใจหลอกหลอนบ้านเขา จนนำมาสู่ความตายยกบ้านของบ้านสมเกียรติ และสถานการณ์เลวร้ายของครอบครัวของธีร์ เป็นต้น
[/spoiler]
ขอบอกว่า อาจไม่ใช่ข้อเสนอที่ดีที่สุดก็ได้ แต่อย่างน้อยก็เป็นการใช้ประโยชน์จากผีทุกตัวให้เข้ากับความดราม่าของหนังได้ดีกว่านี้แน่ ๆ ค่ะ
ขอบพระคุณทุกท่านที่อ่านจนจบนะคะ TwT
Tags: movie, review, spoil, ลัดดาแลนด์30 Comments









